• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

คค. เป็นเจ้าภาพบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนกลั่นกรองงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ

กระทรวงคมนาคม เป็นเจ้าภาพบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนกลั่นกรองงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

          นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์) เมื่อวันพุธที่ 27 กันยายน 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคมและผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รองประธานกรรมการฯ) ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

          นายสมศักดิ์ฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนคำของบประมาณเพื่อนำไปสู่จัดทำข้อเสนอการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งตามปฏิทินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบไว้ ซึ่งกำหนดให้จะต้องจัดส่งให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 โดยการจัดทำข้อเสนอการจัดทำงบประมาณดังกล่าว เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 7 กระทรวง 24 หน่วยงาน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างคำของบประมาณบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์) วงเงินรวมทั้งสิ้น 282,446.5164 ล้านบาท (สองแสนแปดหมื่นสองพันสี่ร้อยสี่สิบหกล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นหกพันสี่ร้อยบาท) แบ่งเป็น

         เป้าหมายที่ 1 จำนวน 11 หน่วยงาน (สปค./ทล./ทช./จท./ทย./ขบ./ขร./สนข./รฟท./รฟม./กทพ.) วงเงิน 281,773.4179 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.76 โดยมีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 บางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา/ M81 บางใหญ่ -กาญจนบุรี/ โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1065 สาย อ.พรานกระต่าย - พิษณุโลก/ โครงการพัฒนาทางและสะพานโครงข่ายทางหลวงชนบทสนับสนุนด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์/โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย/ โครงการศูนย์ขนส่งชายแดน จ.นครพนม/ โครงการปรับปรุงท่าอากาศยาน 27 แห่ง/ โครงการทางพิเศษสายกระทู้ - ป่าตอง จ.ภูเก็ต /โครงการทางหลวงพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ - ลำลูกกา/ โครงการออกแบบรายละเอียดงานโยธาโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค/ โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม และสายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ เป็นต้น

          เป้าหมายที่ 2 จำนวน 14 หน่วยงาน (จท./สศช./สวทช./วว./มว./กรมวิชาการเกษตร/กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม/กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ/กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน/สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน)/ม.พะเยา/ม.เชียงใหม่/ม.บูรพา/ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วงเงิน 673.0985 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.24 โดยมีโครงการที่สำคัญ ได้แก่โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนเพื่อรองรับงานNSW/ โครงการออกแบบและพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (ePhyto) ผ่านระบบ NSW/ โครงการเสริมสร้างความสามารถการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน/ โครงการส่งเสริมการพัฒนาบริการและขยายเครือข่ายของผู้ให้บริการโลจิสติกส์/ การศึกษาเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทานของประเทศไทย/ โครงการพัฒนามาตรฐานวิธีการทดสอบรองรับการผลิตชิ้นส่วนและระบบขนส่งทางรางร่วมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (NQI)/ โครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต/ โครงการพัฒนามาตรฐานการวัดแห่งชาติเพื่อการสอบกลับได้ในการวัดสำหรับการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย/ โครงการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำสรุปข้อเสนอการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดและนำเสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจัดส่งให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ตามขั้นตอนต่อไป

         นายสมศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาจัดทำงบประมาณบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ ปี พ.ศ. 2567 นี้ ถือได้ว่า มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้น จึงต้องบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การนำงบประมาณไปพัฒนางานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติฯ และนโยบายของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง

หมวดหมู่

44 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด