ชลบุรี 17 มี.ค. – ไทยร่วมมือกับจีนเตรียมสร้างรถไฟรางคู่ขนาดทาง มาตรฐาน ขนาดรางกว้างกว่าแบบเดิม มีข้อดีคือ ตัวรถกว้างขึ้นและรางรองรับความเร็วสูงขึ้น ในระยะแรกจะใช้ความเร็ว 180 กม./ชม. ในรถโดยสาร เรียกได้ว่าจะเป็นรถไฟกึ่งความเร็วสูงสายแรกของไทย
ในปีงบประมาณที่ผ่านมา สัดส่วนตู้สินค้าที่ขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบังกว่า 6.4 ล้านทีอียู หรือหน่วยนับสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ยาว 20 ฟุต กว่า 86% ของตู้สินค้าขนส่งทางถนน และเพียง 7% ไปทางรถไฟ ซึ่งขนส่งระหว่างแหลมฉบังและสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง เส้นทางเดียวเท่านั้น
จากรายงานคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานรถไฟของ World Economic Forum 2014-2015 ไทยอยู่ลำดับที่ 74 ต่ำกว่าบางประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ลำดับที่ 12 อินโดนีเซีย ลำดับที่ 41 และเวียดนาม ลำดับที่ 52 ไทยจึงต้องเร่งพัฒนาระบบรางที่ต้นทุนการขนส่งถูกกว่าทางรถ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิกติกส์
โครงข่ายรถไฟทั่วประเทศกว่า 4,000 กิโลเมตร เป็นทางเดี่ยวร้อยละ 93 ทางคู่ร้อยละ 4 ภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมไทย เดินหน้าพัฒนารางคู่หลายเส้นทาง เพื่อลดเวลาการรอสับหลีก เพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรถไฟจากร้อยละ 1.5 ให้ถึงร้อยละ 5 ในอีก 5 ปีข้างหน้า
รางรถไฟไทยเป็นทางขนาด 1 เมตร หรือที่เรียกว่า Meter Gauge และเป็นแบบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย เชื่อมต่อกันได้ แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไทยจะมีรางคู่แบบมาตรฐาน Standard Gauge ที่มีรางกว้างกว่า เตรียมรองรับรถไฟกึ่งความเร็วสูงสายแรกของไทย
รางมาตรฐานขนาด 1.4 เมตร เป็นระบบเดียวกับจีน จะตอบสนองการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างไทย ลาว และจีน ที่จะเพิ่มมากขึ้น และจะเชื่อมต่อกับแผนการสร้างทางรถไฟจากคุนหมิงมาเวียงจันทน์
ในส่วนของไทยจะสร้าง 2 เส้นทางบุกเบิก หนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-มาบตาพุด กว่า 730 กิโลเมตร และแก่งคอย-กรุงเทพฯ 133 กิโลเมตร ไทย-จีนลงนามเอ็มโอยูร่วมกันไปแล้ว คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มปลายปีนี้
การพัฒนาระบบรางวันนี้ คือ การก้าวให้ทันกับประเทศอื่น ซึ่งจะช่วยให้ไทยไต่อันดับในการวัดคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานรถไฟ และส่งเสริมให้ไทยที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียนบนภาคพื้นดิน เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางบกในภูมิภาค.
ที่มา : ThaiNewsAgency สำนักข่าวไทย
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด