• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

กระทรวงคมนาคม ขยายผลการดำเนินการกำหนดความเร็วยานพาหนะให้ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม.

กระทรวงคมนาคม ขยายผลการดำเนินการกำหนดความเร็วยานพาหนะให้ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามนโยบายกำหนดความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เข้าร่วมประชุม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ

นายศักดิ์สยามฯ กล่าวว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้ และได้มีประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน กำหนดให้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงบางปะอิน-พยุหคีรี (ช่วงอยุธยา-อ่างทอง) ระหว่าง กม.4+100 ถึง กม. 50+000 เป็นเส้นทางที่ใช้ความเร็วได้ตามกฎกระทรวง ซึ่งรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม. ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นมานั้น พบว่าสามารถดำเนินการเป็นไปได้ด้วยดี และยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่สะดวกในการใช้เส้นทางในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทล. และ ทช. พิจารณาเส้นทางที่จะสามารถขยายผลการดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น โดยมีแผนการดำเนินงาน ดังนี้
สายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.)
1)  สายทางที่ดำเนินการได้ภายในปี 2564 โดยใช้งบประมาณของ ทล. จำนวน 6 สายทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงป้ายและเครื่องหมายจราจร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 ได้แก่
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ช่วงบ่อทอง - มอจะบก จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ช่วงสนามกีฬาธูปะเตมีย์ - ต่างระดับคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระยะทาง 10 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 ช่วงคลองหลวงแพ่ง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง 11.0 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ช่วงบางนา - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 15.0 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ช่วงทางน้ำหนองแขม – บ้านหว้า - วังไผ่ จังหวัดนครสวรค์ ระยะทาง 25.72 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงอ่างทอง – ไชโย – สิงห์ใต้ – สิงห์เหนือ - โพนางดำออก จังหวัดอ่างทอง - สิงห์บุรี ระยะทาง 63.0 กิโลเมตร

2)  สายทางที่ดำเนินการภายในปี 2564 โดยใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กพถ.) จำนวน 6 สายทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงกำแพงกั้น ติดตั้งป้าย เครื่องหมายจราจรและระบบ ITS คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 ได้แก่
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง - สระพระ ช่วงที่ 1 จังหวัดเพชรบุรี ระยะทาง 6.9 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง - สระพระ ช่วงที่ 2 จังหวัดเพชรบุรี ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 ช่วงบางแค - คลองมหาสวัสกดิ์ กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 9.8 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 ช่วงนาโคก - แพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี - ต่างระดับเชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี ระยะทาง 10.0 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ช่วงหนองแค - สวนพฤษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี ระยะทาง 26.0 กิโลเมตร

3) สายทางที่จะดำเนินการในระยะถัดไปโดยใช้งบเหลือจ่ายประจำปี 2565 จำนวน 2 สายทาง ได้แก่
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ช่วงต่างระดับคลองหลวง-ประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดปทุมธานี ระยะทาง 6.82 กิโลเมตร
 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ช่วงประตูน้ำพระอินทร์ - หนองแค จังหวัดอยุธยา ระยะทาง 27.18 กิโลเมตร

4) สายทางที่จะดำเนินการในปี 2565 – 2571 อีกจำนวน 47 สายทาง โดยใช้เงินกู้จากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
สายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่
 ถนนราชพฤกษ์ (นบ.3021) จังหวัดนนทบุรี ระยะทาง 25.2 กิโลเมตร
 ถนนนครอินทร์ (นบ.1020) จังหวัดนนทบุรี ระยะทาง 12.4 กิโลเมตร
 ถนนชัยพฤกษ์ (นบ.3030) จังหวัดนนทบุรี ระยะทาง 11.18 กิโลเมตร
 ถนนข้าวหลาม (ชบ.1073) จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 4.98 กิโลเมตร
 ถนนบูรพาพัฒน์ บ้านฉาง (รย.1035) จังหวัดระยอง ระยะทาง 7.41 กิโลเมตร
 ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (ชม.3029) จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 26.10 กิโลเมตร
สำหรับเส้นทางที่สามารถดำเนินการได้ 2 เส้นทางแรก ประกอบด้วย ถนนราชพฤกษ์ และถนนนครอินทร์ ซึ่งจะใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กพถ.) คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในต้นปปี 2565 และอีก 4 เส้นทางจะสามารถเปิดให้บริการได้ปลายปี 2565

นายศักดิ์สยามฯ กล่าวตอนท้ายว่า ได้สั่งการให้ ทล. นำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงบางปะอิน-พยุหคีรี (ช่วงอยุธยา-อ่างทอง) ระหว่าง กม. 4+100 ถึง กม. 50+000 ซึ่งเป็นเส้นทางนำร่องที่สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม. ในระยะแรก ตั้งแต่ปี 2563 – 2564 มาวิเคราะห์เปรียบเทียบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อที่จะนำมากำหนดมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุสำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป

หมวดหมู่

235 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด