• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

สนข. นำเสนอผลการศึกษาเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ลดความซ้ำซ้อน เชื่อมต่อชุมชนกับสถานีรถไฟฟ้า และจุดเชื่อมต่อสำคัญเพื่อลดภาระของประชาชน

สนข. นำเสนอผลการศึกษาเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ลดความซ้ำซ้อน เชื่อมต่อชุมชนกับสถานีรถไฟฟ้า และจุดเชื่อมต่อสำคัญเพื่อลดภาระของประชาชน

          สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนา ครั้งที่ 2 การศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานการสัมมนาครั้งที่ 2 การศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีนายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางสาวจิรังรัก ห้วยหงษ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลนีสารสนเทศการขนส่งและจราจร นายพรชัย พัฒนาพงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร ดร.ปริญญา ถนัดทาง ผู้อำนวยการกองจัดระบบการจราจรทางบก นายอายุวัฒน์ จิตประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน (ด้านความปลอดภัย) ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 - 12.00 น. ณ ห้องสยาม ฮอลล์ ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร ดร.จิรโรจน์ฯ กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินโครงการการศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน แม้ว่าในปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะมีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและเพิ่มบริการรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง แต่หากประชาชนยังเดินทางเข้าสู่สถานีได้ยาก หรือขาดความสะดวกในการเปลี่ยนต่อระหว่างระบบรถยนต์ส่วนบุคคลจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นสำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก ดังนั้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะต้องให้ความสำคัญทั้งความครอบคลุมของโครงข่าย ความสะดวกในการเดินทางจากบ้านเข้าสู่ระบบ และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ สนข. จึงศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการจริง เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ดร.จิรโรจน์ฯ กล่าวต่อว่า สนข. ได้ดำเนินโครงการการศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมจัดทำแผนบูรณาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกรอบดำเนินงานร่วมกัน ครอบคลุม 2 กลุ่มมาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ (Hard Side) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Soft Side) เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการขนส่งสาธารณะสอดคล้องและสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ โดยด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ ผลการศึกษาเสนอให้พัฒนาโครงข่ายระบบรางตามแผน M-MAP2 และการเดินทางทางน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตั๋วร่วม จุดจอดแล้วจร ทางเดินเชื่อม ทางเท้า และทางจักรยาน เพื่อให้การเดินทางระหว่างระบบสะดวกและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมเสนอปรับโครงข่ายรถโดยสารประจำทาง โดยลดเส้นทางสายหลักเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความถี่ในการให้บริการ รวมทั้ง เพิ่มเส้นทางสายรองเพื่อขยายพื้นที่บริการ เชื่อมต่อชุมชนกับสถานีรถไฟฟ้าและจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญ ทั้งนี้ โครงการได้สำรวจการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน ในรัศมี 500 เมตร ครอบคลุม 29 จุดเชื่อมต่อ เพื่อนำมาจัดทำข้อเสนอปรับปรุงพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเสนอแนวทางพัฒนาจุดเชื่อมต่อสำคัญ 7 จุด อาทิ สถานีหัวหมาก สถานีเพชรบุรี - สถานีมักกะสัน สถานีสวนจตุจักร - สถานีหมอชิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีสะพานตากสิน - ท่าเรือสาทร เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเปลี่ยนระบบและเพิ่มความต่อเนื่องของการเดินทาง ด้านมาตรการเชิงบริหารจัดการ ผลการศึกษาเสนอแนวทางด้านราคาและค่าโดยสาร ผ่านการสนับสนุนส่วนลดแก่กลุ่มเปราะบาง การให้สิทธิประโยชน์จากนายจ้างและภาษี ตลอดจนการให้ข้อมูลวางแผนการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันนำทาง (Namtang) และบริการเดินทางแบบบูรณาการ (Mobility as a Service: MaaS) พร้อมเสนอแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด การนำรายได้จากภาษีน้ำมันมาอุดหนุนขนส่งสาธารณะในเมือง การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น ดร.จิรโรจน์ฯ กล่าวตอนท้ายว่า แผนบูรณาการการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง กำหนดกรอบขับเคลื่อน 3 ระยะ ตั้งแต่ พ.ศ. 2570 - 2580 เน้นปรับปรุงการเข้าถึงและจุดเชื่อมต่อ พัฒนาระบบ Feeder ต่อยอดโครงข่ายให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง และภายในปี พ.ศ. 2590 สัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่องจะเพิ่มจากร้อยละ 18 ในปีฐาน พ.ศ. 2568 เป็นร้อยละ 28 และเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเพิ่มจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 37 ขณะที่ปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคาดว่าจะเพิ่มจาก 1.55 ล้านคน - เที่ยวต่อวันเป็น 4.5 ล้านคน - เที่ยวต่อวัน

หมวดหมู่

38 ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด