สนข. ร่วมขับเคลื่อนค่าโดยสารร่วม 17 - 45 บาท เตรียมความพร้อมระบบ EMV ลดภาระค่าครองชีพประชาชน
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วม” เพื่อหารือแนวทางเตรียมความพร้อมด้านระบบและการบริหารจัดการ รองรับการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน นายพรชัย สุตันไชยนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (สตร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สตร. ที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษาโครงการ เข้าร่วมการประชุม โดยมี นางสาววนิดา รูปสุวรรณ ผู้อำนวยการกองกำกับกิจการขนส่งทางราง กรมการขนส่งทางราง กล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางราง สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และ บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ประเด็นสำคัญในการประชุม ดังนี้
1. การเตรียมความพร้อมร่วมกับผู้ให้บริการรถไฟฟ้า รวมถึงการติดตั้งระบบและหัวอ่านบัตร EMV ในระยะแรก เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วม
2. แนวทางอัตราค่าโดยสารร่วม 17–45 บาท เพื่อสนับสนุนมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
3. การกำหนดเงื่อนไขทางธุรกิจ (Business Rules) สำหรับการดำเนินมาตรการฯ ให้มีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
4. การบริหารจัดการและนำส่งข้อมูลด้านคมนาคมขนส่ง รวมถึงการประมวลผลและบริหารจัดการข้อมูลเบื้องต้นด้วย Power BI เพื่อสนับสนุนการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
การประชุมครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริการระบบราง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี ระบบ EMV เงื่อนไขทางธุรกิจ และการบริหารจัดการข้อมูล รองรับการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วม 17–45 บาท ซึ่งมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมให้เปลี่ยนจากการเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนบุคคลมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น อันจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด