• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

สนข. ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคใต้

สนข. ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคใต้

           สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางเพื่อยกระดับการพัฒนาภาคใต้อย่างมีส่วนร่วม ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ และร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการ นางสาวกฤติกา บูรณะดิษ นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ เป็นผู้แทน สนข. พร้อมด้วย ดร.วศิน รุจิเกียรติกำจร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบการขนส่งและจราจรในภูมิภาค (สสภ.) และเจ้าหน้าที่ สสภ. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายเดชรัต สุขกำเนิด รองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรมท่าอากาศยาน การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าและสถานะการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งในส่วนของระบบทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อหารือแนวทางการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ สนข. ได้นำเสนอรายละเอียดแผนพัฒนาการขนส่งและคมนาคมภายในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมตอบข้อซักถามของคณะอนุกรรมาธิการฯ ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
          1. การวางรากฐานระบบขนส่งไร้รอยต่อ (Seamless Multi-modal Transportation) โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าเข้าด้วยกัน ทั้งทางราง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อลดระยะเวลารอคอยในการเปลี่ยนถ่ายการขนส่ง
          2. การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเชิงบูรณาการ โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปฏิบัติการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและแก้ปัญหาความล่าช้าของการดำเนินโครงการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในการเข้ามาลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

หมวดหมู่

ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด