• เปลี่ยนการแสดงผล |
  • text-small
  • text-normal
  • text-large
  • text-white
  • text-black
  • text-yellow |
  • TH 
  • EN 

สนข. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระบบราง ยกระดับความปลอดภัย เชื่อมโยงการเดินทางไร้รอยต่อ พร้อมหนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย

สนข. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระบบราง ยกระดับความปลอดภัย เชื่อมโยงการเดินทางไร้รอยต่อ พร้อมหนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย

          สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาพิจารณาร่างกฎหมายและนโยบายแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากระบบรางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. พร้อมด้วย นายพรชัย พัฒนาพงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร (กพข.) นายพรชัย สุตันไชยนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (สตร.) เจ้าหน้าที่ กพข. และเจ้าหน้าที่ สตร. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ดร.ปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สำนักงบประมาณ เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
          1. การยกระดับความปลอดภัยและจัดระเบียบการขนส่งสินค้าทางรางในเขตเมือง จากบทเรียนอุบัติเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมเตรียมประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ โดยห้ามขบวนรถสินค้าเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและเส้นทางเข้าสู่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง (ยกเว้นช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น.) พร้อมจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามเดินรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ
          2. การบูรณาการระบบรางเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวทางราง ประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางภายใต้แนวคิด การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล หรือ Tourism for All ผลักดันการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
          3. เห็นชอบแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Mobility และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น หรือ Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน
          4. การวางรากฐานทางกฎหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานผู้ประกอบการ ตัวรถ และบุคลากร โดยที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ และใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 30 ปี รวมถึงการกำหนดประเภทรถขนส่งทางราง คุณสมบัติและมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยของรถ ตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถ ทั้งด้านอายุ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และทักษะวิชาชีพ

          ทั้งนี้ การประชุมมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การยกระดับความปลอดภัยของการขนส่งสินค้า การคุมเข้มมาตรฐานตัวรถและบุคลากร รวมถึงการบูรณาการระบบราง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เข้าถึงบริการได้ง่ายและเท่าเทียม ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ และการจัดทำแผนพัฒนาด้านความปลอดภัย ด้วยความระเอียดรอบคอบและครอบคลุมการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

หมวดหมู่

ครั้ง

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด