สนข. ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน–อโศก–ดินแดง เร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยทุกมิติ
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก–ดินแดง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน นายอายุวัฒน์ จิตประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน (ด้านความปลอดภัย) สำนักแผนความปลอดภัย(สผป.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ สผป. และ เจ้าหน้าที่กองจัดระบบการจราจรทางบก เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมคมนาคม ชั้น 4 อาคาร 2 กระทรวงคมนาคม ฝ่ายเลขานุการได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย
1. กฎหมายการเดินรถไฟ การจราจรทางถนน และการบังคับใช้กฎหมายในระยะเร่งด่วน เช่น การจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง การกวดขันให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนถึงทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร การดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด การเพิ่มมาตรการกวดขันพนักงานขับรถ ขสมก./รถร่วม ไม่ให้หยุดรถบนจุดตัดและเขตห้ามหยุดรถ การเผยแพร่สถิติการจับกุมเพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชน การปรับปรุงข้อกำหนด ขดร. หรือให้มีระบบป้องกันความผิดพลาดสองชั้นของระบบการให้สัญญาณและระบบการเดินรถ
2. มาตรฐานการปฏิบัติงานของการเดินรถไฟและรถโดยสารประจำทาง เช่น ให้ รฟท. เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบการเดินรถอย่างเคร่งครัด การจัดฝึกอบรมทบทวนการปฏิบัติให้แก่พนักงาน ให้ ขร. พัฒนาระบบกำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย
3. มาตรฐานยานพาหนะ และผู้ขับขี่ เช่น การตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดในเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทุกราย และรายงานผลการตรวจให้ ขร. ทราบ ภายใน 24 ชั่วโมง การตรวจสอบยานพาหนะตามมาตรฐานของ ขร. และระบบห้ามล้อตามมาตรฐาน UIC 540 อย่างเคร่งครัด
4. อุปกรณ์อาณัติสัญญาณทางรถไฟและทางถนน เช่น ในระยะเร่งด่วนจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือมีระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรตลอดทั้งวัน และมีการใช้วิทยุสื่อสารประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ รฟท. กับตำรวจควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้สอดคล้องกับขบวนรถไฟ และในระยะถัดไปจะนำระบบเทคโนโลยีกล้อง CCTV และ AI มาใช้ในการช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางและแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่สถานีใกล้เคียง
ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้นำเสนอมาตรการยกระดับความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย “จัด-จับ-ปรับ” อย่างเข้มงวด การตีเส้น Yellow Box และทบทวนป้ายเตือนในพื้นที่อันตราย การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับทุกหน่วยงาน นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันพิจารณาการถอดบทเรียน เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเพื่อให้ความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยฝ่ายเลขาฯ จะดำเนินการสรุปผลการการประชุมเสนอกระทรวงคมนาคมทราบต่อ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด