สนข. ร่วมขับเคลื่อน “สงกรานต์ปลอดภัย” เน้นเข้ม 5 พฤติกรรมเสี่ยง ลดอุบัติเหตุทั่วประเทศ
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เพื่อบูรณาการมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน นางชุตินธร มั่นคง ผู้อำนวยการสำนักแผนความปลอดภัย (สผป.) เป็นผู้แทน สนข. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สผป. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ และ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา เป็นประธานการแถลงข่าวประจำวัน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเสนอแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดนแผนฯ จะเน้นบังคับใช้กฎหมายใน 5 ข้อหาหลัก ดังนี้
1. เมาแล้วขับ
2. ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
3. ไม่สวมหมวกนิรภัย
4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
5. ขับรถย้อนศร
พร้อมทั้งกำหนดมาตรการสำคัญ เช่น ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อวิ่งใน 7 เส้นทางช่วงสงกรานต์ (ยกเว้นรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นำเสนอในประเด็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 และประชาสัมพันธ์ไมโครอินชัวร์รันส์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ "กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ" จ่ายแค่ 10 บาท แต่คุ้มครองหลักแสน ของขวัญสุดพิเศษจาก คปภ. เพื่อคนไทยทุกคน เดินทางอุ่นใจ คุ้มครองนาน 30 วัน ฝ่ายเลขานุการได้รายงานสถิติอุบัติเหตุในรอบ 24 ชั่วโมง ของวันที่ 10 เมษายน 2569 (วันที่หนึ่งของช่วงควบคุมเข้มข้น) พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง เมื่อเทียบกับวันที่ 11 เมษายน 2568 วันที่หนึ่งของช่วงควบคุมเข้มข้น เทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 พบว่าอุบัติเหตุลดลง 84 ครั้ง (ลดลง 38.36%) ผู้บาดเจ็บ 132 คน ลดลง 69 คน (ลดลง 34.33%) ผู้เสียชีวิต 20 ราย ลดลง 18 ราย (ลดลง 47.37%) โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ตรัง และสงขลา (จังหวัดละ 8 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ตรัง (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และสงขลา (จังหวัดละ 2 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 59 จังหวัด ซึ่งที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง และใช้มากลไกท้องถิ่น ท้องที่ และอาสาสมัครประจำ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” เฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น ต่อไป การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการลดอุบัติเหตุทางถนน และสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด