สนข. เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นการก่อสร้างทางรถไฟช่วงท่านุ่น (จังหวัดพังงา) - ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
นายชัยวัฒน์ สังขภาคย์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร (ผอ.กพข.) เป็นผู้แทน สนข. เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นการก่อสร้างทางรถไฟช่วงท่านุ่น (จังหวัดพังงา) – ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.30 – 12.30 น. ณ ห้องประชุมบัวแก้ว โรงแรมไม้ขาว ปาล์มบีช รีสอร์ท อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางโครงการก่อสร้างครอบคลุม 3 ตำบล ในเขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา และอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ การพัฒนาเส้นทางมีจุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟท่านุ่น (จังหวัดพังงา) และสิ้นสุดโครงการที่บริเวณหน้าท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ระยะทางรวมประมาณ 21 กิโลเมตร มูลค่าลงทุนประมาณ 13,947 ล้านบาท โดยแนวเส้นทางรถไฟขนานไปกับแนวถนน ทล. 402 ข้ามทะเลอันดามัน โดยต้องก่อสร้างสะพานข้ามสำหรับเส้นทางรถไฟคู่ขนานกับสะพานสารสินที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ ผอ.กพข. ได้ลงพื้นที่สำรวจตำแหน่งแนวเส้นทางที่จะดำเนินการออกแบบรายละเอียดก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟคู่ขนานกับสะพานสารสิน ซึ่งนับเป็นโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนโครงการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ของ รฟม. ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะถึงผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาก่อสร้างเส้นทางรถไฟช่วงท่านุ่น (จังหวัดพังงา) – ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยขอให้ รฟท. ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการรับไปปรับปรุงเพิ่มเติมให้เกิดความสมบูรณ์ถูกต้องชัดเจนในชั้นการออกแบบรายละเอียด (Detail Design) และศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเชิงลึก (EIA) รวมถึงความชัดเจนของการเวนคืนที่ดินในเขตพื้นที่ก่อสร้างตามแนวเส้นทาง เพื่อผลักดันโครงการไปสู่การปฏิบัติตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ตเห็นว่า โครงการมีความล่าช้ากว่าแผนการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามประชาชนในพื้นที่เห็นว่าเมื่อมีเส้นทางรถไฟเกิดขึ้นแล้วก็ควรมีมาตรการในการส่งเสริมเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการใช้บริการขนส่งผู้โดยสารทางรางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์คุ้มค่าตามผลการศึกษาที่ได้มีการคาดการณ์ไว้
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด