
ในช่วงที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (ITS) อาทิเช่น 1. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ระยะที่ 1 ซึ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์กล้องระบบอิมเมจโปรเซสซิ่ง และอุปกรณ์ขดลวดแบบเหนี่ยวนำบนโครงข่ายถนนในกรุงเทพมหานคร
2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดังดำเนินโครงการ 2 โครงการ (อยู่ระหว่างการดำเนินการ) ได้แก่ โครงการติดตั้งระบบกล้อง CCTV ระยะที่ 3 (โครงการฯ ได้ดำเนินการติดตั้งทั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์กล้องระบบอิมเมจโปรเซสซิ่งบริเวณทางแยกและถนนที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร) และโครงการติดตั้งระบบตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Light Camera System) บริเวณทางแยกสำคัญในกรุงเทพมหานคร
3. กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินการพัฒนาระบบป้ายข้อมูลอัจฉริยะและดำเนินการติดตั้งระบบกล้อง CCTV เพื่ออำนวยการด้านความปลอดภัย รวมทั้งระบบ ITS สำหรับระบบรถโดยสารบีอาร์ทีสายราชพฤกษ์ – สีลม
4. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ดำเนินการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV บนระบบทางด่วนสายต่างๆ
5. กรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจนับปริมาณจราจรแบบอัตโนมัติบนโครงข่ายทางหลวงสายต่างๆ 6. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์บนรถโดยสารประจำทางเพื่อตรวจสอบการเดินรถ
ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชนก็ได้มีการดำเนินการติดตั้งระบบตรวจสอบตำแหน่งที่สามารถตรวจสอบตำแหน่งและประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพความเร็วจราจรได้ ซึ่งสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการพิจารณาวิเคราะห์หาความเร็วในการเดินทางบนโครงข่ายถนนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2550 มอบ สนข. เป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการข้อมูด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ เพื่อให้เกิดการบูรณาการของข้อมูลในภาพรวมและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ
สนข. เล็งเห็นความสำคัญของการประสารเชื่อมต่อและการบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งจากหน่วยงานด้านการจราจรและขนส่งและเป็นการดำเนินการตามมติ คจร. ดังกล่าว จังได้ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการบูรณาการข้อมูลด้านการจราจนและขนส่งอัจฉริยะ (แบบอัตโนมัติ) ของหน่วยงานด้านการจราจรและขนส่งขึ้นเป็นระยะที่ 1 ของการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการจราขนและขนส่งดังกล่าวอย่างเป็นระบบภายใต้มาตราฐานแบบเปิดที่กำหนดสำหรับนำมาใช้งานให้เกิดประโยชย์สูงสุดที้งในด้านการอำนวยการ/ควบคุม/การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมแก่ประชาชนและช่วยลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน ซึ่งการดำเนินการยังมีการประสานข้อมูลในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน และมีการพัฒนาระบบของแต่ละหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
ในปี พ.ศ. 2552 สนข. จึงได้จัดให้มีการดำเนินการพัฒนาระบบฯ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะที่ 2 เพื่อทำการรวบรวมและบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งเพถิ่มเติมโดยการเชื่อมต่อข้อมูลจากโครงการ ITS ของหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อให้ระบบฯ ที่พัฒนาขึ้นมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์และทันสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อ สนขและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนต่อไป

1. มีการศึกษาทบทวนผลการดำเนินการบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินงานด้านระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. 2. มีการศึกษาเสนอแนะรูปแบบในการพัฒนาศูนย์บูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. รวมทั้งการพัฒนาระบบให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน 3. มีการพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ระยะที่ 2 ประกอบด้วย 3.1 มีการเชื่อมต่อข้อมูลสภาพการจราจรจากอุปกรณ์ตรวจสอบสภาพจราจรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมทางหลวง (ทล.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมทั้งพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมุลสภาพการจราจรผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตและระบบอื่นๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก 3.2. มีการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบการตรวจสอบปริมาณจราจรและความเร็วเฉลี่ยของ สนขุ. (ที่กำลังดำเนินการจำนวน 30 จุด ในปี 2552) ให้สามารถเป็นข้อมูลเข้าสู่ระบบบูรณาการฯ ที่มีการพัฒนาขึ้นในระยะที่ 2 3.3 มีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV บนโครงข่ายทางหลวงในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้ในการเดอนทางเข้า-ออก กรุงเทพมหานครเพิ่มเติมจากระยะที่ 1 3.4 จัดหาข้อมูลที่สามารถตรวจสอบสภาพจราจรได้รวมทั้งการจัดการให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถป้อนเข้าสู่ระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะที่พัฒนาขั้นในระยะที่ 2 ได้ ซึ่งข้อมูลต้องมีความถูกต้องและให้ความเชื่อมั่นทางสถิติรวมทั้งระบบการตรวจสอบติดตามบริหารข้อมูลดังกล่าว 4. มีการดำเนินการปรับปรุงและบำรุงรักษาระบบฐานข้อมูลของระบบการรายงานสภาพจราจรแบบ Real Time ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวมทั้งระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะในระยะที่ 1 ที่ สนข. มีอยู่ให้สามารถดำเนินการได้ 5. มีการปรับปรุงประสิทธิภาพศูนย์บูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. โดยการให้มีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานไปสู่ประชสชนในรูปของสื่อต่างๆ รวมทั้งการปรับปรุงอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ณ ห้องควบคุมระบบบูรณาการข้อมูลฯ 6. มีการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านการพัฒนาระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ในรูปแบบการจัดสัมมนา และการไปศึกษาดูงานในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ

จะได้ข้อมูล สารสนเทศ มาตรฐานข้อมูลการตรวจสอบด้านการจราจรและขนส่ง เพื่อการควบคุมบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลที่เป็นเอกภาพ เป็นแนวทางสำหรับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปเป็นแนวปฏิบัติ และมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีของ สนข. ซึ่งจะใช้ในงานด้านการจราจรและขนส่ง รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบที่ สนข. ได้ดำเนินการพัฒนามาสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ต่อเนื่อง และเสียล่าทางด้านการลงทุนด้านเทคโนโลยีการจรารและขนส่งของกระทรวงคมนาคม
ทางเศรษฐกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูล แนวทางการพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (ITS) ที่เป็นเอกภาพลดความซ้ำซ้อนและใช้งบประมาณหน่วยงานและประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มารวมเป็นระบบฐานข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกวางแผนการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการควบคุมวางแผนการขนส่งและการจราจรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันเป็นการช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจทางด้านความสูญเปล่าของเวลา การใช้ยวดยาน (ค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอของยานพาหนะ) ซึ่งส่งผลต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
ทางด้านการพัฒนา การพัฒนาระบบควบคุมจัดการและบริหารการจราจร โดยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีการพัฒนาบุคลากรภาครัฐในการดำเนินการจัดทำระบบการพัฒนา และนำระบบไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงโดยหน่วยงานตนเองได้ในอนาคต โดยสามารถเชื่อมต่อและเสริมระบบเทคโนโลยีกับศูนย์ปลอดภัยคมนาคม อย่างมีประสิทธิภาพ 
จะได้ข้อมูล สารสนเทศ มาตรฐานข้อมูลการตรวจสอบด้านการจราจรและขนส่ง เพื่อการควบคุมบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลที่เป็นเอกภาพ เป็นแนวทางสำหรับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปเป็นแนวปฏิบัติ และมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีของ สนข. ซึ่งจะใช้ในงานด้านการจราจรและขนส่ง รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบที่ สนข. ได้ดำเนินการพัฒนามาสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ต่อเนื่อง และเสียล่าทางด้านการลงทุนด้านเทคโนโลยีการจรารและขนส่งของกระทรวงคมนาคม 
รายละเอียดของการดำเนินงานโครงการตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดขอบเขตรายละเอียดการจ้างที่ปรึกษา (TOR) มีดังต่อไปนี้ 1 ศึกษาทบทวนผลการดำเนินการบูรณาการข้อมุลด้านการจราจรและขนส่งของ สนข. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2 ศึกษาเสนอแนะรูปแบบในการพัฒนาศูนย์บูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. รวมทั้งการพัฒนาระบบให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน โดยให้มัการแสดงตัวอย่างหน่วยงานที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม 3 พัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ระยะที่ 2 พร้อมทั้งพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลสภาพการจราจรผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตและระบบอื่นๆ เช่น ระบบโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ประกอบด้วย 3.1 เชื่อมต้อข้อมูลสภาพการจราจรจากอุปกรณ์ตรวจสอบสภาพจราจรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย ก) กรมทางหลวง (ทล.) โดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจสอบสภาพจราจรอย่างน้อยจำนวน 10 จุด/กล้อง และเชื่อมต่อข้อมูลการจราจรจากกล้อง CCTV บนระบบทางด่วนพิเศษมอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพ-ชลบุรี ไม่น้อยกว่า 10 จุด/กล้อง ข) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยการเชื่อมภาพการจราจรจากกล้อง CCTV บนระบบทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพิ่มเติมจากระยะที่ 1 จำนวนไม่น้อยกว่า 35 จุด/กล้อง ค) กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยการเชื่อมภาพการจราจรจากกล้อง CCTV บริเวณสถานที่สำคัญด้านการจราจร เช่น บริเวณสถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้า หรือบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นในจำนวนที่เหมาะสมไม่น้อยกว่า 30 จุด/กล้อง จากกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในการดูแลของกรุงเทพมหานคร ง) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยพัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ที่สามารถแสดงข้อมูลทางด้านความเร็วเฉลี่ยของรถโดยสารประจำทางได้อย่างน้อย 4 สาย จ) เชื่อมต่อข้อมูลจากระบบการตรวจสอบปริมาณจราจรและความเร็วเฉลี่ยของ สนข. (ที่กำลังดำเนินการติดตั้งจำนวน 30 จุด ในปี 2552) จากเครื่องแม่ข่ายของระบบตรวจสอบฯ ณ ห้องควบคุมชั้น 4 ของ สนข. ให้สามารถเชื่อมต่อเป็นข้อมูลเข้าสู่ระบบบูรณาการฯ ที่มีการพัฒนาขึ้นในระยะที่ 2 ให้สามารถแสดงเนเส้นสีแทนสภาพจราจรได้ เพื่อให้สามารถประเมินสภาพจราจรบนช่วงถนนต่างๆ ที่มีข้อมูลได้ 3.2 ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV บนโครงข่ายทางหลวงในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้ในการเดินทางเพิ่มเติมจากระยะที่ 1 อย่างน้อย 10 จุดหรือกล้อง โดยให้สามารถแสดงสภาพการจราจรทั้งทิศทางขาเข้าและขาออกเมือง และให้มีการส่งข้อมูลด้วยระบบไร้สายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมายังห้องควบคุมที่ สนข. 3.3 จัดหาข้อมูลที่สามารถตรวจสอบสภาพจราจรได้ ซึ่งข้อมูลต้องมีความถูกต้องและให้ความเชื่อมมั่นทางสถิติไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 และต้องสามารถแสดงสภาพจราจรได้ไม่น้อยกว่า 150 จุดหรือช่วงถนน รวมทั้งการจัดการให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถป้อนเข้าสู่ระบบบูรณาการฯ ที่พัฒนาขึ้นในระยะที่ 2 ได้โดยให้สามารถแสดงเป็นสภาพจราจร (โดยสามารถแทนด้วยเส้นสีเขียว สีเหลือง สีแดง) เพื่อให้สามารถประเมินสภาพจราจรบนช่วงถนนต่างๆ ที่มีข้อมุลได้อย่างน้อย 12 เดือน รวมต้องมีระบบการตรวจสอบบริหารข้อมูลดังกล่าว 4 ที่ปรึกษาจะต้องปรับปรุงและบำรุงรักษาระบบฐานข้อมุลของระบบการรายงานสภาพจราจรแบบ Real Time ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวมทั้งระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะระยะที่ 1 ที่ สนข. มีอยู่ให้สามารถดำเนินการได้ 5 จัดให้มีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานไปสู่ประชาชนในรูปของสื่อต่างๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพศูนย์บูรณาการข้อมูลด้านการจราจนและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการปรับปรุงอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ณ ห้องควบคุมระบบบูบณาการข้อมูลฯ เช่น การจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เพื่อใช้ในการทดสอบระบบ เป็นต้น 6 ที่ปรึกษาจะต้องดำเนินการดูแลและบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่พัฒนาและติดตั้งใหม่ในโครงการนี้เป็นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันสิ้นสุดโครงการ 7 ที่ปรึกษาจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์ในสนามต่างๆ ที่ติดตั้งใหม่ในโครงการนี้เป็นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันรับมอบระบบของโครงการ 8 จัดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะให้แก่เจ้าหน้าที่ สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาระบบฯ ต่อไปในอนาคตในรูปแบบการจัดสัมมนาอย่างน้อย 2 ครั้ง และไปศึกษาดูงานในประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวน 1 ครั้ง ไม่น้อยกว่า 15 คน

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เดือน เมษายน ปี 2552 ถึงวันที่ 31 เดือน มกราคม ปี 2553 รวมเป็นระยะเวลา 10 เดือน

กลุ่มพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (กอท.) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งและจราจร (ศทท.)

การดำเนินงานโครงการในระยะที่ 2 นี้ สามารถสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญได้ดังต่อไปนี้ 1 การพัฒนาศูนย์บูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะของ สนข. อย่างยั่งยืนในอนาคต ควรที่จะดำเนินการในรูปแบบของกองทุนหมุนเวียน ภายใจ้คณะกรรมการดูแลบริหารงานกองทุนที่มาจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมายและสามารุประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ อย่างได้ผลและป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนหมุนเวียนในทางที่ผิด ทั้งนี้ในระยะแรกเริ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ “กองทุน” จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเข้ามาช่วยดำเนินการ (รวมไปถึงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนอื่นๆ ในกระทรวงคมนาคม) แต่ในระยะยาว “ค่าตอบแทน” จากภาคธุรกิจต่างๆ ที่เข้ามาร่วมในภาระงานตั้งแต่ TIER 1 ถึง TIER 4 โดยเฉพาะในภาระงาน TIER 3 และ TIER 4 จะสามารถให้ผลตอบแทนจนสามารถที่จะดูแลกองทุนหมุนเวียนต่อไปได้ด้วยตัวเอง โดยพึ่งพางบประมาณแผ่นดินให้น้อยที่สุดได้ 2 ในโครงการระยะที่ 2 นี้ ที่ปรึกษาได้ดำเนินการเชื่อมต่อและพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ดังนี้ • ระบบตรวจสอบสภาพการจราจรของสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง • ระบบกล้อง CTV ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย • ระบบติดตามรถโดยสารประจำทางและระบบการให้ข้อมุลข่าวสารแก่ผู้ใช้บริการแบบ Real Time ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ • ระบบกล้อง CCTV ที่ติดตั้งบนทางหลวงสายสำคัญ เข้า-ออก กรุงเทพฯ เพิ่มเติมของ สนข. • แหล่งข้อมูลสภาพการจราจรที่ตรวจสอบโดยการประยุกต์ใช้ RFID ที่ทำการจัดหาในโครงการ • ระบบกล้อง CCTV ของระบบทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ ทั้งนี้ การพัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ และพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ในระยะที่ 2 นี้ เป็นไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ ซึ่งมีผลให้ระบบบูรณาการข้อมูลฯ ของ สนข. ที่ดำเนินการพัฒนามีปริมาณข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งเพิ่มมากขึ้น ประชาชนก็สามารถที่จะได้รับประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวได้มากขึ้นด้วย 7.3 ที่ปรึกษาได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาระบบเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งในด้านของปริมาณข้อมูลและรูปแบบการนำเสนอ ได้แก่ • แบบภาพการจราจรจากกล้อง CCTV (ภาพนิ่งของการจราจร) • แบบแผนที่วาด (แสดงเป็นเส้นสีบนแผนที่ทางแยกหรือโครงข่ายที่จัดทำขึ้นในรูปของภาพกราฟฟิก) • แบบแผนที่ (แสดงเป็นเส้นสีบนแผนที่โครงข่ายถนนจำแนกตามระดับการติดขัดของการจราจร รวมทั้งการพัฒนาระบบฯ นูปแบบของการสมัครสมาชิกซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานจะมีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น โดยสามารถที่จะเลือกและบันทึกเส้นทางการเดินทางที่ใช้งานเป็นประจำเพื่อติดตามข้อมูลสภาพการจราจรได้ และในการพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรและขนส่งอัจฉริยะในอนาคตให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ที่ปรึกษามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ 4 ในส่วนของระบบรายงานสภาพจราจรแบบ Real Time องค์ประกอบสำคัญของระบบก็คือ ข้อมูลสภาพการจราจรในอนาคตจะต้องรวบรวมข้อมูลนี้ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและมีความครอบคลุมพื้นที่โครงข่ายถนนที่กว้างขวางมากขึ้น อีกท้งข้อมูลที่ได้ควรเน้นข้อมูลที่เป็นข้อมูลสภาพการจราจรที่ได้จากอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพการจราจร (อาทิเช่น ข้อมูลปริมาณการจราจร และความเร็วในการเดินทาง เป็นต้น) มากกว่าข้อมูลที่เป็นลักษระของภาพการจราจรที่ได้จากระบบกล้อง CCTV ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลประเภทนี้นอกจากใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ข้อมูลสภาพการจราจรไปยังประชาชนผู้เดินทางแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายถนนตลอดจนการศึกษาวางแผนพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งต่อไป 5 นอกจากการรวบรวมและพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลฯ ในส่วนของข้อมูลสภาพการจราจรต่างๆ ซึ่งเป็นระบบแนะนำการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว การดำเนินงานพัฒนาระบบฯ ต่อไปในอนาคตควรที่จะเน้นรวบรวมและพัฒนาระบบแนะนำการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขต กทม. และปริมณฑลด้วยโดยระบบแนะนำฯ ที่จะพัฒนาขึ้นดังกล่าวจะต้องมีการบูรณาการการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมการเดินทางต่อเนื่องทุกรูปแบบการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบรถโดยสารประจำทาง ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระบบเรือโดยสาร และระบบรถตู้มวลชน เป็นต้น การพัฒนาระบบในส่วนนี้จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นที่นิยมของประชสชนเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดให้ลดน้อยลงอีกทางหนึ่ง 6 ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเดินทางของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ข้อมูลการก่อสร้าง/ซ่อมแซม/บำรุงรักษาระบบโครงข่ายถนน ทางด่วนและทางหลวงระหว่างจังหวัด ในอนาคตควรที่จะมีการพัฒนาระบบรายงานข้อมูลการดำเนินงานดังกล่าว โดยแนวคิดคุณลักษณะเบื้องต้นของระบบฯ ที่พัฒนาขึ้นจะอนุญาตให้หน่วยงานระดับปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องและได้รับสิทธิ (Authority) ให้สามารถนำเข้าข้อมูลการดำเนินการก่อสร้าง/ซ่อมแซม/บำรุงรักษาระบบโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบที่สำนักงานของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานแล้ว ระบบฯ จะทำการเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตมายังศูนย์บูรณาการข้อมูล ที่ สนข. เพื่อทำการประมวลผลและเผยแพร่ไปสู่ประชาชนผู้เดินทางผ่านระบบบูรณาการข้อมูลฯ ต่อไป
รายชื่อผู้ที่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล
กลุ่มพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (กอท.) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งและจราจร (ศทท.) โทร 3502 , 3505 , 3507
|