
การที่รัฐบาลดำเนินนโยบายพัฒนาระบบราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติราชการสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งการพัฒนาระบบและคุณภาพการให้บริการ การปรับบทบาทภารกิจ การยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานในการทำงาน รวมทั้งการจัดโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกะทัดรัด นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กร ให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ พฤติกรรม ทัศนคติ และวัฒนธรรมการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงเชิงนวัตกรรม ภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ โดยได้ดำเนินการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศที่สำคัญ คือ การปฏิรูประบบราชการเพื่อเปลี่ยนจากโครงสร้างระบบราชการที่เน้นหน้าที่ของรัฐ (Functional Based) มาสู่โครงสร้างที่ครอบคลุมนโยบายรัฐบาลและความต้องการของประชาชน (Agenda Based) นั่นคือการนำระบบบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result Based Management)มาใช้ โดยมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ขึ้นใช้บังคับ นอกจากนี้ยังมีพระราชกฤษฎีกาการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 เพื่อให้มีแรงผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีทาง และวัฒนธรรมการทำงานอย่างจริงจังขึ้นในหน่วยงาน และสามารถรองรับนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
โครงสร้างของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ภายหลังที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 แล้ว ผลแห่งกฎหมายดังกล่าวซึ่งกำหนดให้ สนข. เป็นส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงคมนาคม ที่รวมหน่วยงานเกี่ยวกับนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 3 หน่วยงานมาไว้ด้วยกัน คือ (1) สำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (สจร.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี (2) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ในส่วนของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการสื่อสาร (เฉพาะภารกิจนโยบายและแผนการขนส่ง) (3) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี บางส่วน
โดยมีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบายจัดทำแผนการขนส่งและการจราจร และความปลอดภัยจากการขนส่ง ประสานแผนด้านการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ การจราจรและความปลอดภัยจาการขนส่ง ให้สอดคล้องกับแผนหลักด้านการขนส่งและการจราจรเพื่อให้นโยบายด้านการขนส่งและจราจรมีความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นไปตามภารกิจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สนข. กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 และภารกิจตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พ.ศ. 2521 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
ปัจจุบันพบว่าการดำเนินงานของ สนข. ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงานบางส่วนที่ยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาและส่งเสริมระบบการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจที่รับผิดชอบได้ สนข. จึงได้จัดส่วนราชการและบริหารภายในองค์กรเพื่อรองรับภารกิจด้านเลขานุการคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ภารกิจด้านการกำกับดูแล ตลอดจนการพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการขนส่งและจราจรของประเทศ สนข. จึงได้จัดส่วนราชการและบริหารภายในและมอบอำนาจการปฏิบัติราชการตามคำสั่ง สนข. ที่ 113/2547 เป็น 5 สำนัก 1 กอง 1 ศูนย์ และสำนักงานเลขานุการกรม ดังนี้ (1) สำนักงานเลขานุการกรม (ลขก.) (2) สำนักแผนงาน (สผง.) (3) สำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร (สพร.) (4) สำนักแผนความปลอดภัย (สผป.) (5) สำนักพัฒนาระบบบริหารและติดตามประเมินผล (สตป.) (6) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (ลจร.) (7) กองส่งเสริมระบบการขนส่งและจราจรในภูมิภาค (กสภ.) (8) ศูนย์ข้อมูลโครงการระบบขนส่งมวลชนและโครงการระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (ศมน.)
การปรับโครงสร้างที่ผ่านมายังไม่เคยมีการศึกษาบทบาท และภารกิจที่เหมาะสมและสอดคล้องภารกิจการวิเคราะห์เชิงนโยบาย การบริหารจัดการการขนส่งและจราจรที่มอบหมายกับเจ้าหน้าที่ของ สนข. ดังนั้นเพื่อให้ สนข. เป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ มีขนาดโครงสร้างที่เหมาะสม จึงมีการดำเนินงานศึกษาเพื่อจัดทำการออกแบบและกำหนดโครงสร้างองค์กรของ สนข. เพื่อเพิ่มสมรรถนะการบริหารขององค์กร ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทของ สนข. ในการผลักดันงานด้านนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนให้มีการปรับโครงสร้างการขนส่ง เพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยด้านต่างๆ

(1) ให้มีข้อเสนอแนะในเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ สนข. สามารถบริหารจัดการองค์กรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งและจราจรนำการพัฒนาประเทศไปสู่ความสำเร็จ สามารถผลักดันแผนงาน/โครงการเพื่อรองรับการลงทุนของภาครัฐให้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลครบถ้วนทุกมิติของการบริหารจัดการภาครัฐ (Agenda, Function และ Area)
(2) กำหนดบทบาทโครงสร้างภารกิจของ สนข. ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้ภายใต้ระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์
(3) กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาระบบบริหารราชการและการบริหารงานบุคคลของ สนข.ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

(1) สนข. มีแผนกลยุทธ์ที่สามารถบริหารจัดการองค์กรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งและจราจรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลครบถ้วนทุกมิติของการบริหารจัดการภาครัฐ
(2) สามารถกำหนดบทบาทโครงสร้างภารกิจของ สนข. ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้ภายใต้ระบบการทำงานภายใต้ระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์
(3) สามารถกำหนดยุทธศาสตร์์และแผนการพัฒนาระบบบริหารราชการและการบริหารงานบุคคลของ สนข.

(1) ศึกษารายละเอียดข้อมูลและทบทวนโครงสร้างองค์กรปัจจุบัน โดยพิจารณาจากผลการศึกษาต่างๆ ที่ สนข. ได้ศึกษาไว้แล้ว ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม แผนยุทธศาสตร์ สนข. ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงของ สนข. (Blueprint for Change) แผนการจัดการความรู้ของ สนข. ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์ทบทวนภารกิจของ สนข. และออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการที่ปรับตัวได้ (Adaptive Management) ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว
(2) ออกแบบ จัดทำ และกำหนดรายละเอียดโครงสร้างองค์กรตามแนวทางยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์การบริหารงานบุคคลของ สนข. ให้สอดคล้องกับระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานในด้านยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ดังนี้ 1) ประเมินสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เพื่อทบทวนการกำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานโดยการจัดวางตำแหน่ง (Positioning) ของ สนข. ในอนาคต และทิศทางและแนวทางการพัฒนา สนข. ให้ไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการ 2) วิเคราะห์โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) โครงสร้างระบบบริหารงานบุคคลและลักษณะงานของเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่ง (Job Description) 3) จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลของ สนข. ประเมินค่างานและกำหนดมาตรฐานวัดค่างาน 4) กำหนด Competency ของแต่ละตำแหน่ง และจัดทำคู่มือ 5) กำหนดแนวทางการพัฒนาสายอาชีพ (Career Path) ของเจ้าหน้าที่ สนข. รายบุคคล และจัดทำ Career Development Plan 6) การดำเนินการตามข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรของ สนข. 7) กำหนดแนวทางการดำเนินการ/แผนงานการประเมินผลภายใน สนข. ประจำปี 2550 การถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมายระดับองค์กรสู่ระดับบุคคล โดยจัดให้มีระบบในการถ่ายทอดเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ของ สนข. ไปยังหน่วยงานระดับสำนัก/กอง หรือเทียบเท่า จนถึงระดับบุคคล เพื่อประโยชน์ในการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติและจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการในระดับผู้อำนวยการสำนัก/กองกับหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงมีการติตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและเป้าหมายระดับสำนัก/กอง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550
(3) ศึกษา วิเคราะห์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของ สนข. ให้สอดคล้องตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยต้องทำการประเมินเพื่อหาจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุงองค์กร ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ตามคู่มือแนวทางการดำเนินการที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
(4) ศึกษา วิเคราะห์และจัดทำระบบบริหารความเสี่ยง โดยการพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและจะส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหาย (ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน)หรือก่อให้เกิดความล้มเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายของ สนข. จัดลำดับความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงตลอดจนจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงโดยต้องกำหนดมาตรการหรือแผนปฏิบัติการในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรทุกระดับของ สนข. ในด้านการบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการแก้ไข ลด หรือป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
(5) ให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาแก่ สนข. ในลักษณะ Consult in-house เพื่อให้มีการพัฒนาระบบราชการของ สนข. ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน (มาตรา3/1) ตลอดระยะเวลาโครงการ ตามรูปแบบที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดอย่างน้อยในประเด็น ดังนี้ 1) รายงานการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของ สนข. 2) แผนการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ของ สนข. 3) แผนการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศของ สนข. 4) เสนอแนะการดำเนินการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติราชการของ สนข.
(6) ประสานการติดตามผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของ สนข. เพื่อจัดทำรายงานการติดตามผลการปฏิบัติราชการฯ รอบ 6 เดือน (มีนาคม) 9 เดือน (มิถุนายน) และ 12 เดือน(กันยายน) ตามปีงบประมาณ

2550 (ระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน)

กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

|