king
RTMS
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
หน้าแรก > ข้อมูลโครงการต่างๆ > โครงการพัฒนาโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มสมรรถนะการบริหาร ตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

เอกสารเผยแพร่     

โครงการสนข,โครงการด้านการขนส่งและจราจร,โครงการระบบรถไฟฟ้า
โครงการพัฒนาโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มสมรรถนะการบริหาร ตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
โครงการที่ดำเนินการ 2550

menubtn1 menubtn2 menubtn3 menubtn4 menubtn5 menubtn6 menubtn7

menubar1

           การที่รัฐบาลดำเนินนโยบายพัฒนาระบบราชการ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติราชการสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ  โดยมุ่งการพัฒนาระบบและคุณภาพการให้บริการ  การปรับบทบาทภารกิจ  การยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานในการทำงาน  รวมทั้งการจัดโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกะทัดรัด  นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กร  ให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์  พฤติกรรม ทัศนคติ  และวัฒนธรรมการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงเชิงนวัตกรรม  ภาวะเศรษฐกิจ  สังคมและการเมืองของประเทศ  โดยได้ดำเนินการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศที่สำคัญ  คือ การปฏิรูประบบราชการเพื่อเปลี่ยนจากโครงสร้างระบบราชการที่เน้นหน้าที่ของรัฐ (Functional Based)  มาสู่โครงสร้างที่ครอบคลุมนโยบายรัฐบาลและความต้องการของประชาชน (Agenda Based) นั่นคือการนำระบบบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result Based Management) มาใช้  โดยมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545  และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ขึ้นใช้บังคับ  นอกจากนี้ ยังมีพระราชกฤษฎีกาการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เพื่อให้มีแรงผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีทาง  และวัฒนธรรมการทำงานอย่างจริงจังขึ้นในหน่วยงาน และสามารถรองรับนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 
 
          โครงสร้างของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ภายหลังที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 แล้ว ผลแห่งกฎหมายดังกล่าวซึ่งกำหนดให้ สนข. เป็นส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงคมนาคม  ที่รวมหน่วยงานเกี่ยวกับนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 3 หน่วยงานมาไว้ด้วยกัน คือ (1) สำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (สจร.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี (2) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ในส่วนของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการสื่อสาร (เฉพาะภารกิจนโยบายและแผนการขนส่ง) (3) บางส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี  โดยมีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบายจัดทำแผนการขนส่งและการจราจร และความปลอดภัยจากการขนส่ง  ประสานแผนด้านการขนส่งทางบก  ทางน้ำ ทางอากาศ  การจราจรและความปลอดภัยจากการขนส่ง ให้สอดคล้องกับแผนหลักด้านการขนส่งและการจราจร เพื่อให้นโยบายด้านการขนส่งและจราจรมีความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นไปตามภารกิจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สนข. กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545  และภารกิจตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พ.ศ. 2521 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  พบว่าการดำเนินงานของ สนข. ยังมีปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงานที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาและส่งเสริมระบบการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจที่รับผิดชอบได้  สนข. จึงได้จัดส่วนราชการและบริหารภายในองค์กรเพื่อรองรับภารกิจด้านเลขานุการคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก  ภารกิจด้านการกำกับดูแล   ตลอดจนการพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการขนส่งและจราจรของประเทศ  สนข.  จึงได้จัดส่วนราชการและบริหารภายในและมอบอำนาจการปฏิบัติราชการตามคำสั่ง สนข. ที่  113/2547 เป็น  5 สำนัก 1 กอง 1 ศูนย์ และสำนักงานเลขานุการกรม 
 
          ในการดำเนินการปรับโครงสร้างที่ผ่านมายังไม่เคยมีการศึกษาบทบาท และภารกิจที่เหมาะสมและสอดคล้องภารกิจการวิเคราะห์เชิงนโยบาย  การบริหารจัดการการขนส่งและจราจรที่มอบหมายกับเจ้าหน้าที่ของ  สนข. ในแต่ละตำแหน่ง แต่ละระดับ  ดังนั้น เพื่อให้ สนข. เป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ  มีขนาดโครงสร้างที่เหมาะสม  แต่โดยที่กระบวนการบริหารจัดการการขนส่งและจราจรประกอบด้วยองค์กรหน่วยงานจำนวนมากทั้งหน่วยงานราชการ  รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม  นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น  กรุงเทพมหานคร  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ฯลฯ  ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของ สนข. ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้มีจำนวนจำกัดและมีภารกิจหลายด้านที่ต้องดำเนินการ  ดังนั้น  จึงมีความจำเป็นจะต้องมีการจ้างที่ปรึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านดังกล่าว  มาดำเนินการศึกษาเพื่อจัดทำการออกแบบและกำหนดโครงสร้างองค์กรของ สนข. เพื่อเพิ่มสมรรถนะการบริหารขององค์กร  ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทของ สนข. ในการผลักดันงานด้านนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้การเดินทางและการขนส่ง  มีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย  โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม  รวมถึงการสนับสนุนให้มีการปรับโครงสร้างการขนส่ง โดยเน้นส่งเสริมการพัฒนาระบบรางให้มีสัดส่วนการขนส่งเพิ่มขึ้น เพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยด้านต่างๆ รวมทั้งเพื่อให้การดำเนินโครงการลงทุนของภาครัฐสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม  แล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว  โดยไม่เป็นภาระด้านงบประมาณมากจนเกินไป 

menubar2

1. ให้มีข้อเสนอแนะในเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ สนข. สามารถบริหารจัดการองค์กรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งและจราจรนำการพัฒนาประเทศไปสู่ความสำเร็จ สามารถผลักดันแผนงาน/โครงการเพื่อรองรับการลงทุนของภาครัฐให้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลครบถ้วนทุกมิติของการบริหารจัดการภาครัฐ  (Agenda, Function และ Area)
   
2. กำหนดบทบาทโครงสร้างภารกิจของ สนข. ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้ภายใต้ระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์
   
3. กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาระบบบริหารราชการและการบริหารงานบุคคลของ สนข. ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 

menubar3

1. สนข. มีแผนกลยุทธ์ที่สามารถบริหารจัดการองค์กรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการขนส่งและจราจรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลครบถ้วนทุกมิติของการบริหารจัดการภาครัฐ
   
2. สามารถกำหนดบทบาทโครงสร้างภารกิจของ สนข. ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้ภายใต้ระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์
   
3. สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาระบบบริหารราชการและการบริหารงานบุคคลของ สนข. 

menubar4

1. ศึกษารายละเอียดข้อมูลและทบทวนโครงสร้างองค์กรปัจจุบัน โดยพิจารณาจากผลการศึกษาต่างๆ ที่ สนข. ได้ศึกษาไว้แล้ว ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม แผนยุทธศาสตร์ สนข. ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงของ สนข. (Blueprint for Change) แผนการจัดการความรู้ของ สนข. ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์ทบทวนภารกิจของ สนข. และออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการที่ปรับตัวได้ (Adaptive Management) ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว
   
2. ออกแบบ จัดทำ และกำหนดรายละเอียดโครงสร้างองค์กรตามแนวทางยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์การบริหารงานบุคคลของ สนข. ให้สอดคล้องกับระบบการทำงานแบบมุ่งเน้นผลงานในด้านยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ  ดังนี้
   
  2.1 ประเมินสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เพื่อทบทวนการกำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานโดยการจัดวางตำแหน่ง (Positioning) ของ สนข. ในอนาคต  และทิศทางและแนวทางการพัฒนา สนข. ให้ไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการ
     
  2.2 วิเคราะห์โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) โครงสร้างระบบบริหารงานบุคคลและลักษณะงานของเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่ง (Job Description)
     
  2.3 จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลของ สนข. ประเมินค่างานและกำหนดมาตรฐานวัดค่างาน
     
  2.4 กำหนด Competency ของแต่ละตำแหน่ง และจัดทำคู่มือ
     
  2.5 กำหนดแนวทางการพัฒนาสายอาชีพ (Career Path) ของเจ้าหน้าที่ สนข. รายบุคคลและจัดทำ Career Development Plan
     
  2.6 การดำเนินการตามข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรของ สนข.
     
  2.7 กำหนดแนวทางการดำเนินการ/แผนงานการประเมินผลภายใน สนข. ประจำปี 2550 การถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมายระดับองค์กรสู่ระดับบุคคล โดยจัดให้มีระบบในการถ่ายทอดเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ของ สนข. ไปยังหน่วยงานระดับสำนัก/กอง หรือเทียบเท่า จนถึงระดับบุคคล เพื่อประโยชน์ในการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ และจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการในระดับผู้อำนวยการสำนัก/กองกับหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด และเป้าหมายระดับสำนัก/กอง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550
     
3. ศึกษา วิเคราะห์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของ สนข. ให้สอดคล้องตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยต้องทำการประเมินเพื่อหาจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุงองค์กร ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ตามคู่มือแนวทางการดำเนินการที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
   
4. ศึกษา  วิเคราะห์และจัดทำระบบบริหารความเสี่ยง โดยการพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและจะส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหาย (ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน) หรือก่อให้เกิดความล้มเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมาย ของ สนข. จัดลำดับความสำคัญของปัจจัยเสี่ยง  ตลอดจนจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงโดยต้องกำหนดมาตรการหรือแผนปฏิบัติการในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรทุกระดับของ สนข. ในด้านการบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการแก้ไข ลด หรือป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
   
5. ให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาแก่ สนข. ในลักษณะ Consult in-house เพื่อให้มีการพัฒนาระบบราชการของ สนข. ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน (มาตรา ๓/๑) ตลอดระยะเวลาโครงการ ตามรูปแบบที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดอย่างน้อยในประเด็น ดังนี้ 
  5.1 รายงานการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของ สนข.
     
  5.2 แผนการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ของ สนข.
     
  5.3 แผนการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศของ สนข.
     
  5.4 เสนอแนะการดำเนินการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และร่วมติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติราชการของ สนข.
     
6. ประสานการติดตามผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของ สนข. เพื่อจัดทำรายงานการติดตามผลการปฏิบัติราชการฯ รอบ 6 เดือน (มีนาคม) 9 เดือน (มิถุนายน) และ 12 เดือน (กันยายน) ตามปีงบประมาณ

menubar5

สนข. ได้ลงนามในสัญญาเลขที่ 18/2550 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 จ้างบริษัท พี ซี บี เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาตามโครงการศึกษาพัฒนาโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มสมรรถนะการบริหารตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์ของ สนข. งบประมาณปี พ.ศ. 2550 กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน (วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 – 11 ธันวาคม 2550) และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรได้อนุมัติขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไปจากเดิมจำนวน 110 วัน นับถัดจากวันที่ 11 ธันวาคม 2550 จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2551 และได้ลงนามในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) เลขที่ 6/2551 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2551 โดยที่ปรึกษาจะต้องเริ่มปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มีนาคม 2551

menubar6

กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.)

menubar7

1. ผลการศึกษาด้านการพัฒนาโครงสร้างองค์กร นำไปใช้ประกอบการพิจารณาการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ โดยการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ โครงสร้างและอัตรากำลังของส่วนราชการ ให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป

2. ผลการศึกษาด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) นำไปใช้ ในการวางระบบการบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของ สนข. และการวางระบบบริหารและจัดการระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศของ สนข. รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติราชการของ สนข. ในการพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรในรูปแบบต่างๆ

3. ผลการศึกษาด้านการวางระบบประเมินผลระดับองค์กร (Corporate Scorecard) นำไปใช้ในการปรับปรุงกลไกและระบบประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ให้เหมาะสมสอดรับกับพันธกิจและลักษณะขององค์กร และสามารถวัดผลได้ทั้งในระดับองค์กรและตอบสนองการบริหารยุทธศาสตร์องค์กร ควบคู่ไปกับมาตรการเสริมสร้างแรงจูงใจตามผลงานของหน่วยงาน ในสังกัด สนข.

4. ผลการศึกษาด้านคุณภาพการบริหารงานภาครัฐ นำไปใช้ในการวางระบบ ปรับปรุง และยกระดับคุณภาพการบริหารงานภาครัฐสำหรับตัวชี้วัดต่างๆ เพื่อสร้างความพร้อมและความสามารถในการพัฒนาองค์กรของ สนข. ได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้ง ผลการศึกษาด้านการจัดการความรู้ ได้นำไปพัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้ สนข. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรและมีการเรียนรู้ร่วมกัน

5. ผลการศึกษาด้านการจัดทำบัญชีต้นทุน นำไปใช้ในการวางระบบและการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของ สนข. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด

6. ผลการศึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นำไปใช้ในการวางระบบการบริหารงานบุคคลของ สนข. ในด้านต่างๆ เช่น การวิเคราะห์โครงสร้างระบบบริหารงานบุคคลและลักษณะงานของเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่ง (Job Description) การจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลของ สนข. การประเมินค่างานและกำหนดมาตรฐานวัดค่างาน และการกำหนด Competency ของแต่ละตำแหน่งและจัดทำคู่มือ รวมทั้งการกำหนดแนวทางการพัฒนาสายอาชีพ (Career Path) ของเจ้าหน้าที่ สนข. รายบุคคลและจัดทำ Career Development Plan

downloadbar

1. รายงานฉบับสมบูรณ์

รายชื่อผู้ที่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล  
นางสาวปิญะนุช   ราชวังเมือง
ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ
เบอร์โทร 0 2215 1515 ต่อ 4005
E-mail :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน